|
บทนำ
จริง ๆ แล้วผู้เขียนไม่ได้เชี่ยวชาญมากนักในเรื่องของ
DNS Server นะครับ
แต่พอจะเข้าใจหลักการบ้างพอสมควร
จึงได้ทำบทความนี้ขึ้นมา
ประกอบกับมีการเรียกร้องเข้ามาทาง Webboard
ซึ่ง จริง ๆ
แล้วผู้เขียนเข้าใจว่าถ้าหาหนังสือมาอ่านก็น่าจะได้อะไรมากว่านี้นะครับ
อย่างไรก็แล้วแต่
สำหรับคนที่ไม่ค่อยสะดวกที่จะหาซื้อหนังสือ
หรือเพื่อเป็นแนวทางในการไปค้นคว้าต่อ
ก็อาจจะมีบางส่วนของบทความนี้เป็นประโยชน์อยู่บ้างมั้งครับ
ลองดูก็แล้วกัน
เนื้อหาของบทความที่จะกล่าวถึงนี้เป็นตัวอย่างย่อ ๆ
เท่านั้นนะครับ ไม่ได้ใส่รายละเอียดแบบลึก
ๆ เอาไว้ ด้วยเหตุผลที่ว่าเรื่องของ DNS Server
มีรายละเอียดเยอะครับ
แนะนำ
DNS
Server
DNS Server
ในมุมมองของผู้เขียนมีหน้าที่หรือลักษณะการใช้งานอยู่
2 ประเภทคือ
เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแปลชื่อ host
หรือชื่อโดเมนให้เป็น IP
Address (หรือกลับกัน) ซึ่ง
DNS Server
ประเภทนี้ไม่ต้องมีการคอนฟิกเพิ่มเติมแต่ประการใด
แค่ติดตั้งโปรแกรม DNS
ก็สามารถทำงานได้แล้ว
เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลของโดเมนที่ได้จดทะเบียน
DNS Server
ประเภทนี้ต้องมีการเซ็ตเพิ่มเติมครับ
ซึ่งหลักการของจดทะเบียนโดเมน
เมื่อเราจดทะเบียนโดเมนแล้ว
เราต้องมีการแจ้งไปที่ฐานข้อมูลกลางของโลก (Internic)
ว่าโดเมนของเรานั้นมี DNS
Server
ตัวไหนเป็นตัวเก็บค่าข้อมูลต่าง ๆ ของโดเมนเอาไว้
ข้อมูลที่ว่าก็เช่นชื่อ host
ต่าง ๆ เป็นต้น
ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราจดทะเบียนโดเมนชื่อ
itwizard.info ซึ่ง DNS
Server
ที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลของโดเมนคือ
ns1.itwizard.info และ
ns2.itwizard.info (ตรวจเช็คได้จาก
www.internic.com ซึ่งชื่อ
name server
พวกนี้ต้องแจ้งไปที่ internic
ด้วยว่ามี ip address
เป็นอะไร คนที่เคยจดทะเบียนโดเมนแล้วรู้ดี)
ตัวอย่างเช่นเมื่อมีคนเรียกใช้งาน
www.itwizard.info หรือ
mail.itwizard.info ถ้าตัว
DNS
ตัวใกล้เคียงไม่มีข้อมูลของชื่อโดเมนดังกล่าวอยู่ในแคช
ตัว DNS Server
ใกล้เคียงก็จะถามไปที่ตัว Server
ของ Internic
แล้ว Server
ของ Internic
ก็จะบอกมาว่าโดเมนที่กำลังสอบถามอยู่นั้น DNS
Server
ตัวไหนเป็นตัวรับผิดชอบเก็บข้อมูล
นั่นคือจะบอกว่าเป็น ns1.itzard.info
และ ns2.itwizard.info
นั่นเอง จากนั้น
Server
ทั้งสองนี้ก็จะเป็นตัวบอกว่าค่าจริง ๆ ของ
www.itwizard.info หรือ
mail.itwizard.info มีค่า IP
address เป็นอะไร
จริง ๆ แล้วรายละเอียดของระบบ DNS
มีลึกกว่านี้ครับ
ที่อธิบายมาเป็นแค่สรุปขั้นตอนที่สำคัญให้เข้าใจหลักการคร่าว ๆ
รูปแบบของ
DNS
Server
DNS Server
ในมุงมองของผู้เขียนสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ
-
Primary zone
จะเป็น Server
ที่เก็บฐานข้อมูลหลักของโดเมน การเซ็ตอัพ
DNS ชนิดนี้จะต้องมีการเพิ่มชื่อ
Host
ต่าง ๆ เข้าไปเองทั้งหมด
-
Secondary zone
อาจจะเรียกว่าเป็น Slave
ซึ่งการเซ็ตอัพ Server
ชนิดนี้ไม่ต้องมีการเพิ่มชื่อ Host
ต่าง ๆ เข้าไปเอง
เพียงแต่ในขั้นตอนของการเซ็ตอัพ
จะมีการอ้างอิงถึงเครื่องที่เป็น Primary Zone
หลังจากนั้นก็จะทำการสำเนาไฟล์ทั้งหมดมาจากเครื่องที่เป็น
Primary ซึ่งจะมีชื่อ
Host ต่าง ๆ
เข้ามาเอง
รูปแบบย่อยของแต่ละแบบ
จากรูปแบบทั้งสองดังที่ได้กล่าวมา
ในแต่ละแบบนั้นสามารถแบ่งย่อยเป็นอีก 2 แบบคือ
:
-
Forward lookup zone
เป็น DNS Sever
ที่ทำหน้าที่แปลงชื่อโฮสต์หรือชื่อโดเมนไปเป็น
IP Address
-
Reverse lookup zone
เป็น DNS Server ที่ทำหน้างที่แปลง
IP Address เป็นชื่อ
Host หรือชื่อโดเมน
(ในที่นี้ผู้เขียนจะไม่ขอกล่าวถึง Reverse
lookup zone
เพราะไม่ค่อยจะมีความจำเป็นมากนัก)
การเซ็ต
DNS Server เป็น
Secondary Zone (อาจจเรียกว่า
Slave)
ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างการการเซ็ตแบบ
Secondary zone ก่อน
ซึ่งมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ :
1. เลือกเมนู All Programs --
> Administrative Tools --> DNS
ดังรูปที่ 1

รูปที่ 1
2. แล้วจะได้ดังรูปที่ 2

รูปที่ 2
3. ให้คลิ๊กที่เมาส์ขวาที่ชื่อเครื่องแล้วเลือกเมนู
New Zone ดังรูปที่ 3

รูปที่ 3
4. เมื่อได้ดังรูปที่ 4 ให้คลิ๊กปุ่ม Next

รูปที่ 4
5. เมื่อได้ดังรูปที่ 5 ให้เลือก Secondary
zone แล้วคลิ๊กปุ่ม Next

รูปที่ 5
6. เมื่อได้ดังรูปที่ 6 ให้เลือก Forward
lookup zone แล้วคลิ๊กปุ่ม
Next

รูปที่ 6
7. เมื่อได้ดังรูปที่ 7 ให้ป้อนชื่อโดเมนที่ต้องการจะเซ็ตและต้องมีโดเมนที่มีอยู่จริง
(หมายถึงมีการเซ็ต
Primary Server เรียบร้อยแล้ว)
ซึ่งในที่นี้ผู้เขียนของยกตัวอย่างโดเมนของโรงเรียนหนึ่งนะครับ
แล้วคลิ๊กปุ่ม Next

รูปที่ 7
8. เมื่อได้ดังรูปที่ 8 ให้ป้อน IP Address
ของ DNS Server
ที่เป็น Primary Server
แล้วคลิ๊กปุ่ม Add

รูปที่ 8
9. เมื่อได้ดังรูปที่ 9 ให้คลิ๊กปุ่ม Next

รูปที่ 9
10. เมื่อได้ดังรูปที่ 10 ให้คลิ๊กปุ่ม
Finish

รูปที่ 10
11. จากนั้น Server ที่เรากำลังเซ็ตอยู่จะไปดึงไฟล์ข้อมูลมาจาก
Primary Server แล้วจะมีชื่อ
host ต่าง ๆ ปรากฏดังรูปที่ 11

รูปที่ 11
12. ในกรณีที่ไม่สามารถดึงไฟล์จาก Primary
Server ได้ก็อาจจะต้องทำการ
Transfer from Master ดูดังรูปที่ 12
แต่ถ้ายังไม่สามารถดึงได้อีกก็อาจจะมีปัญหาในการเชื่อมต่อหรือไม่ก็เครื่องที่เป็น
Primary
อาจจะไม่อนุญาตให้มีการ Transfer
ครับ

รูปที่ 12
การเซ็ต
DNS Server เป็น
Primary Zone (Primary Server)
ในที่นี้สมมุติว่าเราต้องการจะเซ็ต DNS
ให้เป็นของโดเมนที่ชื่อ
mydomain.com
และมีชื่อ host
และ
IP Address ต่าง ๆ เป็นดังนี้
:
หมายเหตุ
เนื่องจากเป็นการทดลอง จึงขอใช้เป็น Private IP
|
ชื่อ
host |
IP Address |
|
ns1.mydomain.com |
192.168.1.11 |
|
ns2.mydomain.com
|
192.168.1.12 |
|
mail.mydomain.com |
194.168.1.13 |
|
www.mydomain.com |
192.168.1.14 |
ขั้นตอนการเซ็ตมีดังต่อไปนี้
1. เมื่ออยู่ในหัวข้อ New Zone
ดังรูปที่ 13 ให้เลือกเป็น Primary zone
แล้วคลิ๊กปุ่ม Next

รูปที่ 13
2. เมื่อได้ดังรูปที่ 14 ให้เลือกรายการ
Forward lookup zone แล้วคลิ๊กปุ่ม
Next

รูปที่ 14
3. ให้ป้อนชื่อโดเมนดังรูปที่ 15 แล้วคลิ๊กปุ่ม
Next

รูปที่ 15
4. ในรูปที่ 16 เป็นชื่อของ
zone file
ในที่นี้ขอใช้ชื่อที่เป็น default
แล้วให้คลิ๊กปุ่ม Next

รูปที่ 16
5. ในรูปที่ 17 เลือก
Do not allow dynamic update แล้วคลิ๊กปุ่ม
Next

รูปที่ 17
6. ให้คลิ๊กปุ่ม Finish
ตามรูปที่ 18

รูปที่ 18
7.
จากนั้นจะมีชื่อโดเมนปรากฏขึ้นมาดังรูปที่ 19

รูปที่ 19
8. ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการเพิ่ม host
เข้าไป โดยให้คลิ๊กเมาส์ขวาที่ชื่อโดเมน
แล้วเลือกเมนู New Host
ดังรูปที่ 20

รูปที่ 20
9. ให้ป้อนชื่อ host
และ IP Address
เข้าไปดังรูปที่ 21 แล้วคลิ๊กปุ่ม
Add Host สำหรับ
check box ที่เป็น Create
associatied pointer (PTR) record
จะใช้ในกรณีที่เราทำ Reverse Zone
ด้วย แต่ในที่นี้เราไม่ได้ทำ
จึงไม่จำเป็นต้องเลือก

รูปที่ 21
10. เมื่อมีการ Add Host
แล้วจะมีรายงานดังรูปที่ 22

รูปที่ 22
11. จากนั้นให้ทำการ Add Host
ที่เหลือให้ครบตามตัวอย่างที่กล่าวมา
และเมื่อ Add Host
ครบแล้วก็จะได้ผลลัพท์ดังรูปที่ 23

รูปที่ 23
12. ในส่วนของ Mail
นั้นนอกจากที่ได้ Add Host
ไว้แล้วให้ทำการเพิ่มในส่วนของ
Mail Exchanger ด้วย
โดยให้เลือกเมนู New Mail Exchanger (MX)
แล้วจะได้ดังรูปที่ 24 จากนั้นให้คลิ๊กปุ่ม
Browse เพื่อ Browse
ไปหา host
ที่ชื่อ mail ตามที่ได้
Add ไว้แล้ว

รูปที่ 24
13. เมื่อทำการ Browse
ก็จะเจอ host
ที่ได้ Add ไว้ดังรูปที่ 25
ให้เลือกชื่อที่เป็น mail แล้วคลิ๊กปุ่ม
OK

รูปที่ 25
14. แล้วจะได้ดังรูปที่ 26
จะเห็นว่ามี Priority ของ
mail อยู่ด้วย
ในที่นี้ขอให้ใช้ค่า default
ที่มีอยู่คือ 10 แล้วคลิ๊กปุ่ม OK

รูปที่ 26
15. จากนั้นจะได้ผลลัพท์ดังรูปที่
27 ซึ่งจะเห็นว่ามีค่าของ Mail Exchanger
อยู่ด้วยแล้ว

รูปที่ 27
16. การทดสอบการทำงานของ DNS
Server
สามารถทดสอบได้ด้วยการรันคำสั่ง nslookup
แล้วให้ป้อนชื่อ host
ต่าง ๆ เข้าไปดังรูปที่ 28

รูปที่ 28
----จบ---- |