ระบบ RAS
(Remote Access Server)
เป็นระบบการให้บริการสื่อสารคอมพิวเตอร์ระยะไกล
คือเป็นเชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้
Dialup Modem ใช้โปรโตคอล PPP
(Point-to-point Protocol)
ผ่านชุมสายโทรศัพท์สาธารณะเข้าสู่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งอาจจะเป็น
Intranet หรือ Internet
ก็ได้
ลักษณะแบบนี้ใช้งานกันมากสำหรับผู้ให้บริการ
Internet หรือ ISP
ซึ่งอุปกรณ์ RAS
ดังกล่าวจะค่อนข้างมีราคาแพง
ถ้าจะเอามาใช้งานในลักษณะที่ไม่เป็นเชิงธุรกิจหรืองานที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้แต่ก็น้อยก็คงจะไม่คุ้มค่ากัน
เช่น สมมุติว่าเรามีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเป็นระบบ
LAN อยู่แล้ว
ที่ทำงาน
แต่อยากจะให้สามารถเรียกใช้งานจากที่บ้านผ่าน
dialup modem ได้ด้วย
ก็ต้องอาศัยบริการของ RAS
เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Linux
มีโปรแกรมที่สามารถใช้งานเป็น RAS
มาให้แล้ว ซึ่งบน
linux เรียกว่า PPP Server
และเป็นโปรแกรมที่ฟรี (Open Source)
ทั้งในส่วนของระบบปฏิบัติการและแอปปลิเคชันที่เป็น
RAS
ฉะนั้นเราจะต้องเสียเงินไปซื้อระบบ RAS
ที่แพง ๆ ทำไมล่ะ
ฉะนั้นในบทความนี้จึงขอแนะนำการนำ Linux Server
มาทำ RAS หรือ
PPP Server กัน
สมมุติว่าเรามีเครือข่ายดังรูปข้างล่างนะ คือมีระบบ
Internet ที่เป็นแบบ
Leased Line อยู่แล้ว (จริง
ๆ แล้วจะเป็นบริการแบบอินเตอร์เน็ตแบบ Dialup
ก็ใช้ได้เหมือนกันครับ)
และต้องการจะให้สามารถเรียกใช้งานอินเตอร์เน็ตจากที่บ้านได้ด้วย
ก็ทำได้ด้วยการเอาเครื่อง PC
หรือจะเอาเครื่อง Server
ที่สมรรถภาพสูงก็ได้ มาติดตั้งระบบปฏิบัติการ
linux เพื่อจะทำเป็น PPP
Server และ เอาโมเด็มที่เป็น
dialup modem จะเป็น V.90
หรือ V
อะไรก็แล้วแต่
จะใช้จำนวนโมเด็มกี่ตัวก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของงานครับ
ถ้าใช้ไม่เกินสองตัวก็สามารถจะต้องกับ com port
ได้เลยครับ หรือถ้ามากว่า 2
ตัวก็อาจจะหาโมเด็มที่เป็น USB
มาเสริมด้วย หรือถ้าต้องการจำนวนโมเด็มมาก ๆ
ก็อาจจะใช้การ์ดที่เขาเรียกกันว่า multiports
device
มาใช้ก็ได้ คือการ์ดนี้พอเสียบบน slot
ของคอมพิวเตอร์แล้ว สามารถจะขยาย
com port ได้หลาย ๆ พอร์ตครับ
แต่ในที่นี้ผมขอยกตัวอย่างการใช้งานโมเด็มแค่สองตัว
คือต่อกับ com1 และ
com2
แล้วอย่าลืมหาสายโทรศัพท์พร้อมเบอร์มาต่อเข้าที่โมเด็มด้วยนะครับ

ติดตั้ง PPP Server
ตอนนี้สมมุติว่าได้มีการติดตั้งในส่วนฮาร์ดแวร์และติดตั้ง
Linux OS เรียบร้อยแล้วนะครับ
และในที่นี้ผมขอใช้ RedHat 9.0
สำหรับการอธิบายนะครับ
โปรแกรมที่จะทำหน้าที่เป็น PPP Server
มีชื่อว่า mgetty
ครับ
ในขั้นแรกเราก็ไปตรวจสอบดูก่อนว่ามีการติดตั้งโปรแกรมตัวนี้แล้วยังโดยใช้คำสั่งดังนี้ครับ
(ผมตั้งชื่อ hostname
เป็น ForTest นะครับ)
[root@ForTest root]#rpm -q mgetty
package
mgetty is not installed
ถ้ามีข้อความขึ้นเป็น package
mgetty is not installed
ก็แสดงว่าโปรแกรม mgetty
ยังไม่ได้ติดตั้งนะครับ เนื่องจากโปรแกรม
mgetty นั้นอยู่ในแผ่น CD
แผ่นที่ 2 ของ RedHat
9.0 ฉะนั้นก็ให้ใส่แผ่น CD
แผ่นที่ 2
นะครับ และทำการ mount
CDROM ด้วยการใช้คำสั่งดังนี้
:
[root@ForTest
root]# mount /dev/cdrom
จากนั้นให้ติดตั้งโปรแกรม
mgetty ดังนี้ :
[root@ForTest
root]#rpm -ivh /mnt/cdrom/RedHat/RPMS/mgetty-1
กด [Tab] [Enter]
เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วลองตรวจสอบ
package ดูดังนี้:
[root@ForTest
root]#rpm -q mgetty
mgetty-1.1.30-2
ถ้ามีการแสดงชื่อโปรแกรมและเวอร์ชันดังข้างบนนี้ก็แสดงว่าติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
เริ่มคอนฟิก mgetty
จะขออธิบายเป็นขั้นตอนดังนี้ :
1.เพิ่ม port
ให้โมเด็ม
ด้วยการเข้าไปเพิ่มข้อมูลท้ายไฟล์ในไฟล์
/etc/inittab
อาจจะเข้าได้โปรแกรม vi
หรือโปรแกรมอื่น ๆ ดังนี้:
[root@ForTest
root]#vi /etc/inittab
ให้กด ปุ่ม
i เพื่อ insert
ข้อความ ท้ายไฟล์
ซึ่งในที่นี้ใช้โมเด็ม 2 ตัว
โดยข้อความที่เพิ่มเป็นดังนี้ :
d1:2345:respawn:/sbin/mgetty -D -s 57600 /dev/ttyS0
d2:2345:respawn:/sbin/mgetty -D -s 57600 /dev/ttyS1
จากนั้นให้กดปุ่ม Esc
แล้วก็ปุ่มโคลอน (:)
แล้วก็คีย์ wq
เพื่อบันทึกข้อมูลลงไฟล์
2.แก้ไขไฟล์ /etc/ppp/options
ซึ่งค่าเดิมมีข้อความเป็น lock
ให้เปลี่ยนเป็นดังนี้ :
modem
crtscts proxyarp
lock
ms-dns 192.168.1.5
ms-dns 192.168.1.10
โดย IP Address
ที่ตามหลัง ms-dns
เป็น IP Address
ของ DNS
ที่จะจ่ายให้กับเครื่องที่
dial เข้ามา
3.กำหนดค่า IP Address
ที่จะจ่ายให้เครื่องที่ dial
เข้ามา
หมายเหตุ :
ในที่นี้สมมุติว่า
มี Network Card
อันหนึ่ง บน Linux มี
IP Address เป็น 192.168.1.1
สำหรับโมเด็มตัวที่ 1
ให้สร้างไฟล์ /etc/ppp/options.ttyS0
ถ้าใช้ vi
จะเป็นดังนี้ :
[root@ForTest root]#vi /etc/ppp/options.ttyS0
ให้ใส่ข้อความในไฟล์ดังนี้
:
# Server
IP : Client IP
192.168.1.1 : 192.168.1.11
แล้วให้ทำการบันทึกไฟล์
หมายความว่าโมเด็มตัวแรกถ้ามีการเรียกเข้ามาก็จะจ่าย
IP Address
ให้กับเครื่องที่เรียกเข้ามาเป็นดังนี้ :
IP Address: 192.168.1.11
Gateway : 192.168.1.11
Subnet mask : 255.255.255.255
dns : ตามค่าในข้อ 2
สำหรับโมเด็มตัวที่ 2
ให้สร้างไฟล์ /etc/ppp/options.ttyS1
ถ้าใช้ vi
จะเป็นดังนี้ :
[root@ForTest root]#vi /etc/ppp/options.ttyS1
ให้ใส่ข้อความในไฟล์ดังนี้
:
# Server
IP : Client IP
192.168.1.1 : 192.168.1.12
แล้วให้ทำการบันทึกไฟล์
หมายความว่าโมเด็มตัวที่สองถ้ามีการเรียกเข้ามาก็จะจ่าย
IP Address
ให้กับเครื่องที่เรียกเข้ามาเป็นดังนี้ :
IP Address: 192.168.1.12
Gateway : 192.168.1.12
Subnet mask : 255.255.255.255
dns : ตามค่าในข้อ 2
4.การทำให้โมเด็มรับสาย
ต้องเข้าไปแก้คอนฟิกในไฟล์ /etc/mgetty+sendfax/login.config
ถ้าเป็น vi
ก็เป็นดังนี้ :
[root@ForTest root]#vi /etc/mgetty+sendfax/login.config
โดยให้ลบเครื่องหมาย #
ที่อยู่หน้าข้อความต่อไปนี้ออกไป
#/AutoPPP/ - a_ppp
/usr/sbin/pppd auth -chap +pap
login debug
แล้วให้ทำการบันทึกข้อมูล
5.กำหนด Username
ที่จะให้ใช้งานได้
โดยให้เข้าไปเพิ่มข้อมูลในไฟล์ /etc/ppp/pap-secrets
ซึ่งถ้าต้องการให้ใช้ Username
ของระบบที่ได้สร้างไว้จากการ
Adduser ก็ให้ใส่เครื่องหมาย
"" (เครื่องหมายคำพูดติดกัน) ส่วน
IP Address ให้ใส่เครื่องหมาย
* ดังตัวอย่างต่อไปนี้
[root@ForTest root]#vi /etc/ppp/pap-secrets
ให้ทำการเพิ่มข้อมูลดังนี้ :
# Secrets for authentication using PAP
# client
server secret
IP Address
ksorn * ""
*
udorn *
"" *
หรือถ้าต้องการให้ user
ของระบบสามารถใช้ได้ทุก user
ก็อาจจะใส่เป็นเครื่องหมาย *
ดังนี้
* * ""
*
หมายเหตุ
เครื่องหมายคำพูดนั้นสองตัวติดกันเลยนะครับ
แล้วให้ทำการบันทึกข้อมูล
6.Reset
Daemon โดยใช้คำสั่งดังนี้ :
[root@ForTest root]#init q
ถ้าไม่มี error
ก็ให้ทดลองหมุนโมเด็มได้เลยครับ